โซลาร์ + แบตเตอรี่ + สำรองไฟ + ขายไฟส่วนเกินเข้าระบบ — รวมเป็นระบบเดียวได้แล้วภายใต้โครงการ PEA 2026

โซลาร์ + แบตเตอรี่ + สำรองไฟ + ขายไฟส่วนเกินเข้าระบบ — รวมเป็นระบบเดียวได้แล้วภายใต้โครงการ PEA 2026

August 27, 2026

โซลาร์ + แบตเตอรี่ + สำรองไฟ + ขายไฟส่วนเกินเข้าระบบ — รวมเป็นระบบเดียวได้แล้วภายใต้โครงการ PEA 2026

ข้อมูลโครงการโซลาร์รูฟท็อปใหม่ของ PEA มีคำชี้แจงสำคัญจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ. หรือ ERC) ของประเทศไทย ในการประชุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 กกพ. ได้ยืนยันว่า การเข้าร่วมโครงการนี้ไม่ได้ห้ามเจ้าของบ้านติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System หรือ BESS) แต่อย่างใด

คำชี้แจงนี้ขยายขีดความสามารถของระบบเหล่านี้อย่างมีนัยสำคัญ เดิมโซลาร์ที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการลักษณะนี้ คือ

แผงโซลาร์ → ใช้เองในบ้าน → ส่งไฟส่วนเกินขายเข้าระบบ

แต่ปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลได้ยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่าโครงสร้างระบบที่ซับซ้อนขึ้น คือ

โซลาร์ → ใช้เองในบ้าน → เก็บในแบตเตอรี่ → ส่งเข้าระบบ

นั่นแสดงว่า เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการเก็บพลังงานโซลาร์ส่วนเกินไว้ในแบตเตอรี่ กับการเข้าร่วมโครงการที่จ่ายเงินค่าไฟฟ้าส่วนเกินที่ส่งเข้าระบบอีกต่อไป เพราะทั้งสองอย่างสามารถรวมเป็นระบบเดียวกันได้ ซึ่งในทางปฏิบัติมีประโยชน์มาก เนื่องจากพลังงานโซลาร์ส่วนเกินสามารถถูกเก็บไว้ใช้ในช่วงเย็น หรือระหว่างไฟฟ้าดับได้ ก่อนส่วนที่เหลือจึงค่อยส่งขายเข้าระบบ วิธีนี้ช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองภายในบ้าน ลดการพึ่งพาไฟจากระบบสายส่ง และทำให้ระบบมีคุณค่าไม่เพียงในแง่การเงิน แต่ยังเป็นแหล่งไฟฟ้าสำรองยามฉุกเฉินด้วย

ข้อจำกัดที่ยังต้องคำนึงถึง

อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของ กกพ. ครั้งนี้มิได้ถือเป็นการอนุมัติการติดตั้งและใช้งานระบบ BESS ในทุกรูปแบบโดยไม่มีเงื่อนไข การติดตั้งและใช้งานแบตเตอรี่ยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางเทคนิคที่ PEA หรือ MEA กำหนดไว้ นอกจากนี้ คำชี้แจงดังกล่าว มิได้หมายความว่าไฟฟ้าที่กักเก็บอยู่ในแบตเตอรี่จะสามารถนำมาจ่ายหรือขายเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้โดยเสรี การออกแบบระบบต้องพิจารณาเงื่อนไขการชาร์จและการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ ตลอดจนข้อจำกัดและหลักเกณฑ์ในการส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้งาน BESS เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อระบบไฟฟ้าโดยรวม  

เงื่อนไขสำคัญของโครงการ

  • การใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Self-Consumption) ยังคงได้รับความสำคัญเป็นลำดับแรก โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้ควรถูกนำมาใช้ภายในสถานที่ติดตั้งก่อน
  • กำลังการผลิตที่สามารถลงทะเบียนเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ จำกัดที่ 5 kW AC ต่อมิเตอร์ไฟฟ้า 1 เครื่อง
  • ระบบโซลาร์ที่ติดตั้งจริงสามารถมีขนาดมากกว่า 5 kW ได้ โดยสามารถใช้กำลังการผลิตส่วนที่เกินภายในบ้านได้ ทั้งนี้ ส่วนที่เกินจากเงื่อนไขการรับซื้อจะไม่ถือเป็นกำลังการผลิตที่ลงทะเบียนเพื่อจำหน่ายไฟฟ้า
  • อัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินอยู่ที่ 2.20 บาทต่อ kWh
  • ระยะเวลาการรับซื้อไฟฟ้าตามสัญญา 10 ปี
  • โควตารวมของโครงการสำหรับ PEA และ MEA อยู่ที่ 500 MW AC
  • การพิจารณาสิทธิ์เข้าร่วมโครงการใช้หลัก First-Come, First-Served โดยผู้สมัครต้องยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ความสำคัญในภาพรวม

ในภาพรวมของการประกาศจาก กกพ. ครั้งนี้ คือ BESS ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกต้องตามหลักการอย่างเป็นทางการของโครงสร้างระบบโซลาร์ที่อยู่อาศัยซึ่งเข้าร่วมโครงการ PEA ปี 2569 คือ การนำระบบพลังงานภายในบ้านที่สมบูรณ์แบบคือ

โซลาร์ + แบตเตอรี่ + ไฟสำรอง + การส่งไฟเข้าระบบแบบควบคุมได้

แทนที่จะจำกัดเจ้าของบ้านไว้เพียงการติดตั้งระบบออนกริดแบบง่าย ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อขายไฟฟ้าส่วนเกินเป็นหลักเท่านั้น

สำหรับตลาดโซลาร์ที่อยู่อาศัยของประเทศไทย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะแบตเตอรี่ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เสริมของการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอีกต่อไป แต่สามารถออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกของระบบพลังงานภายในบ้านได้อย่างแท้จริง

Запросить консультацию

Расскажите о вашем объекте: количество зданий, примерную площадь, цели по автономности и комфорту. Мы предложим решение с понятными KPI и без лишних инженерных сложностей.